นายกฯชี้ หากตำรวจทำเกินกว่าเหตุ มีมาตรการลงโทษ

นายกฯ ระบุหากเจ้าหน้าที่ตำรวจจับอดีตพระพุทธะอิสระ ทำเกินกว่าเหตุ ก็มีมาตรการลงโทษ แต่จะไม่ทำงานภายใต้แรงกดดัน อย่านำภาพถ่ายในอดีต มาโยงกับเรื่องในปัจจุบัน

ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าจับกุมนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ อดีตพระพุทธะอิสระ ว่า ทราบว่าเรื่องนี้มีผลกระทบต่อสังคม หลายคนเกิดความไม่เข้าใจ และมองว่ากระทำเกินกว่าเหตุ ซึ่งตนได้ขอโทษแทนเจ้าหน้าที่ไปแล้วในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ซึ่งเรื่องนี้ต้องขอความเห็นใจให้ทั้งสองฝ่าย เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ แต่อย่างไรก็ตาม หากหน่วยงานต้นสังกัดพิจารณาแล้วเห็นว่า การปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่เป็นการดำเนินการที่เกินกว่าเหตุ ก็มีมาตรการลงโทษทางวินัย ทั้งของตำรวจ ทหารกำหนดไว้ รวมถึงมีโทษตามความผิดตามกฎหมายอาญา ดังนั้นขออย่าสร้างความสับสนจนมากเกินไป เพราะทุกอย่างมีขั้นตอน

“เวลาทำงานทุกหน่วยงานก็มีหน้าที่ มีกฎหมายของตนเอง ตรวจสอบการกระทำความผิดตรงไหนก็ไปดำเนินการตรงนั้น วิธีการหรือมาตรการ มันจะมากเกินไป น้อยเกินไป หน่วยงานก็จะลงโทษเจ้าหน้าที่ของตัวเอง ก็โชคดีที่ไม่มีใครบาดเจ็บและสูญเสีย” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ส่วนข้อเรียกร้องของสมาชิกกลุ่ม กปปส. ที่ขอให้ใช้มาตรา 44 ปลดผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และทีมจับนายสุวิทย์ นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการพิจารณาของตน และส่วนตัวจะไม่ทำงานภายใต้แรงกดดัน ต้องไปดูว่าอะไรถูกหรือผิด และการลงโทษก็มีหลายมาตรการ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีการปรากฎภาพถ่ายร่วมถ่ายรูปกับอดีตพระพุทธะอิสระในโซเชียลมีเดีย ว่า ตนเคารพพระทุกรูป ซึ่งช่วงนั้นเดินทางไปทำบุญในหลายวัด และวันนั้นเป็นการไปหล่อพระพุทธรูป ร่วมกับอดีตผู้บัญชาการทหารบกทั้ง 4 คน เพราะทางวัดหวังว่า มี 4 ผบ.ทบ.แล้วพระจะมีความขลัง

“เมื่อก่อนการเมืองเป็นเช่นนี้หรือไม่ อย่านำเรื่องในอดีตมาเชื่อมโยงกับเรื่องปัจจุบัน และไม่ว่าใครเชิญมา หากเดินทางไปได้ ผมไปร่วมทุกงาน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว .-สำนักข่าวไทย